อยากเขียนโค๊ดเป็น ต้องเริ่มต้นจากครูที่ดี

Tag: hacking

ลูกค้าไม่ไว้วางใจเทคโนโลยีสมาร์ทโฮมอย่างเต็มเปี่ยม

เทคโนโลยีสมาร์ทโฮมออกขายเพื่อปรับแต่งบ้านของคุณแล้วก็ทำให้ชีวิตง่ายดายมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็แล้วแต่คนซื้อในสหราชอาณาจักรไม่แน่ใจว่าพวกเขาสามารถไว้ใจความเป็นส่วนตัวและก็ความปลอดภัยของเทคโนโลยีพวกนี้ได้จากการเรียนรู้ของ WMG มหาวิทยาลัย Warwick ได้บอกให้เห็นเทคโนโลยี Smart Home

‘บ้านอัจฉริยะ’ สามารถระบุได้ว่าเป็นการรวมวัสดุอุปกรณ์ดิจิทัลที่เปิดใช้งานอินเทอร์เน็ตพร้อมเซ็นเซอร์รวมทั้งการเล่าเรียนของเครื่องในบ้าน เป้าหมายของเครื่องมือสมาร์ทโฮมเป็นการให้บริการด้านความรื่นเริงใจที่ดียิ่งขึ้นการจัดการบ้านที่ง่ายดายมากยิ่งขึ้นการทำงานบ้านรวมทั้งการปกป้องคุ้มครองการเสี่ยงด้านในภาย เจอได้ในเครื่องมือต่างๆตัวอย่างเช่นลำโพงอัจฉริยะและก็ฮับแสงสว่างเซ็นเซอร์ล็อคประตูรวมทั้งกล้องถ่ายรูปตัวควบคุมอุณหภูมิความร้อนศูนย์กลางแล้วก็ของใช้ข้างในบ้าน

เพื่อทำความเข้าใจการรับทราบของผู้ใช้เกี่ยวกับความต้องการของบ้านอัจฉริยะให้ดียิ่งขึ้นนักค้นคว้าจาก WMG และก็วิทยาการคอมพิวเตอร์มหาวิทยาลัย Warwick ได้ทำตรวจสอบผู้แทนระดับประเทศของคนซื้อในสหราชอาณาจักรที่ดีไซน์มาเพื่อวัดการยินยอมรับแล้วก็การยินยอมรับโดยย้ำที่การรับทราบความเป็นเจ้าของประสบการณ์ความเชื่อใจ ความชอบใจและก็ความมุ่งมั่นที่จะใช้

บทความ ‘ความน่าวางใจในบ้านอัจฉริยะ: ผลที่เกิดขึ้นจากการสำรวจของผู้แทนระดับประเทศในสหราชอาณาจักร’ ที่เผยแพร่ในนิตยสารชั้นแนวหน้า PLOS ONE เผยผลวิจัยโดยพบว่าข้อแนะนำทางธุรกิจที่สื่อความหมายรวมทั้งมูลค่าเพิ่มเมื่อนำบ้านอัจฉริยะมาใช้ ยังไปถึงเป้าหมายสำหรับเพื่อการปิดตัวจากคนซื้อด้วยเหตุว่าพวกเขาได้ย้ำถึงความรู้สึกไม่ค่อยสบายใจเกี่ยวกับการเสี่ยงต่อความเป็นส่วนตัวแล้วก็ความปลอดภัย

นักค้นคว้าส่งแบบสอบถามให้ผู้เข้าร่วม 2101 คนโดยมีปัญหาเพื่อประเมิน:

– การรับทราบอินเทอร์เน็ตของทุกสิ่ง (IoT)
– ปัจจุบันนี้เป็นเจ้าของวัสดุอุปกรณ์สมาร์ทโฮม

– ประสบการณ์การใช้แรงงานเครื่องมือสมาร์ทโฮม

– เชื่อใจในความน่าไว้ใจแล้วก็ความรู้ความเข้าใจของวัสดุอุปกรณ์

– เชื่อใจในความเป็นส่วนตัว

– ไว้วางใจในความปลอดภัย

– ความพอใจและก็ความมุ่งมั่นที่จะใช้วัสดุอุปกรณ์ในอนาคตและก็ตั้งมั่นที่จะเสนอแนะให้คนอื่นๆ

ผลที่เกิดจากการวิจัยทำให้เห็นว่าผู้ซื้อมีความกังวลใจเกี่ยวกับจังหวะที่จะเกิดเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยเพราะผู้คนโดยรวมมีทิศทางที่จะไม่ร้ายแรงนักเทคโนโลยีในบ้านอัจฉริยะสารภาพว่าพวกเขามีลักษณะท่าทางที่จะมีความเสี่ยงต่อความเป็นส่วนตัวแล้วก็การฝ่าฝืนความปลอดภัยเมื่อใช้วัสดุอุปกรณ์สมาร์ทโฮมกล่าวคือเป็นพวกเขายังไม่มั่นใจในความเป็นส่วนตัว แล้วก็ความปลอดภัยจะปราศจากความเสี่ยงเมื่อใช้วัสดุอุปกรณ์สมาร์ทโฮม

ยิ่งไปกว่านี้ยังพบว่าเมื่อถูกขอให้ประมวลผลกระทบของการฝ่าฝืนความเป็นส่วนตัวผู้คนชอบไม่เห็นพ้องว่าผลพวงจะอยู่ในระดับที่ค่อนข้างต่ำโดยกล่าวว่าพวกเขามุ่งหวังว่าผลพวงของการฝ่าฝืนความเป็นส่วนตัวจะมีความนัยสำคัญ สิ่งนี้เปลี่ยนเป็นปัจจัยหลักที่มีผลต่อว่าต่อขานพวกเขาจะนำเทคโนโลยีสมาร์ทโฮมมาใช้หรือเปล่านอกเหนือจากนั้นยังเป็นเหตุให้ช่องทางลดน้อยลง

ผู้คนนิยมใช้การติดตามการติดต่อของเชื้อไวรัสวัวโรที่นายังไง?

การเรียนใหม่ชี้ให้เห็นว่าผู้คนถูกใจใช้การติดตามการติดต่อของเชื้อไวรัสวัวโรที่นาโดยการประสมประสานระหว่างแอพและก็มนุษย์

การค้นคว้าวิจัยทำให้เห็นว่าผู้คนมีความรู้สึกวิตกกังวลเกี่ยวกับคนที่ดำเนินขั้นตอนมากยิ่งกว่าการเสี่ยงของคนอื่นๆที่เข้าถึงข้อมูลส่วนตัวโดยมิได้รับอนุญาตหรือข้อมูลของพวกเขาถูกลักขโมย

คนส่วนมากที่มีส่วนร่วมสำหรับในการศึกษาค้นคว้าส่งเสริมให้ NHS ประมวลผลข้อมูลส่วนตัวมากยิ่งกว่ารัฐบาลหรือแม้กระทั้งระบบกระจายอิทธิพลที่จัดเก็บข้อมูลส่วนตัวเพียงแค่เล็กๆน้อยๆ

คนที่ถูกถามทั้งผอง 41 เปอร์เซ็นต์ปรารถนาส่วนประกอบของแอพแล้วก็การติดต่อกับมนุษย์ในระหว่างขั้นตอนการติดตามเทียบกับ 22 เปอร์เซ็นต์ที่ต้องการที่จะให้ปฏิบัติงานผ่านการติดต่อกับบุคคลอื่นเพียงอย่างเดียวและก็ 37 เปอร์เซ็นต์ที่ต้องการที่จะให้วิธีการจัดการเพียงแค่นั้น เป็นดิจิทัล

การศึกษาค้นคว้าวิจัยปฏิบัติงานโดย Laszlo Horvath, Susan Banducci แล้วก็ Oliver James จาก University of Exeter ในตอนพ.ค.รวมทั้งเผยแพร่ใน Journal of Experimental Political Science

พวกเขากระทำการทดสอบกับผู้คน 1,504 ผู้ที่ได้รับเนื้อหาเกี่ยวกับแอพสองตัวผ่านการจับคู่ห้าชุดโดยคุณลักษณะของพวกเขาที่เกี่ยวพันกับความเป็นส่วนตัวแล้วก็ความปลอดภัยของข้อมูลจะแสดงแบบสุ่มและก็ถามคำถามว่าพวกเขาอยากใช้อะไร ในการค้นคว้าครั้งลำดับที่สองนักวิชาการยังได้ตรวจผู้คน 809 คนเกี่ยวกับความชื่นชอบของพวกเขาสำหรับในการเรียกใช้รวมทั้งวางแบบแอป

ระบบการตำหนิดตามการติดต่อแบบกระจายอิทธิพลซึ่งตรวจสอบและลองใช้แล้วในสหราชอาณาจักรได้รับเลือกจากผู้เข้าร่วมที่มีความเป็นไปได้ 50 เปอร์เซ็นต์ซึ่งแสดงว่าการออกอย่างงี้มิได้มีผลกระทบต่อการเลือกของมนุษย์ อย่างไรก็ดีความน่าจะเป็นที่ผู้คนจะเลือกแอปที่วางแบบมาเพื่อปฏิบัติงานเป็นส่วนหนึ่งส่วนใดของระบบรวมศูนย์ที่นำโดย NHS นั้นอยู่ที่ 57 เปอร์เซ็นต์ซึ่งแสดงว่าแอพๆนี้เป็นที่นิยมมากยิ่งกว่าขณะที่ 43 เปอร์เซ็นต์ของแอพที่เลือกถูกชี้แจงว่ามีข้อมูลที่จะถูกเก็บไว้ภายในเซิร์ฟเวอร์ของ ต่อรัฐบาลสหราชอาณาจักรทำให้พวกเขาเป็นที่นิยมลดน้อยลง

ฝูงคนที่เลือกแบบสุ่มได้รับแจ้งเกี่ยวกับการเสี่ยงของปัญหาเกี่ยวกับการฝ่าฝืนข้อมูล แต่ว่าสิ่งนี้ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อความชื่นชอบของคนเรา

Dr Horvath บอกว่า“ พวกเราเคยรู้สึกว่าผู้คนจะถูกใจแอปที่มีการก่อกวนน้อยกว่ารวมทั้งคุ้มครองป้องกันความเป็นส่วนตัวของพวกเขาอาทิเช่นไม่ได้อยากต้องการเนื้อหาสาระเกี่ยวกับตำแหน่งของพวกเขาเท่าไรนัก แม้กระนั้นก็ไม่ได้เป็นเช่นนั้นการศึกษาวิจัยของพวกเราทำให้เห็นว่าผู้คนเกื้อหนุนให้มีส่วนร่วมใน ขั้นตอนการติดตามผู้ติดต่อถ้าจำเป็นต้องพวกเขาไม่ค่อยสบายใจน้อยกว่าเกี่ยวกับความน่าจะเป็นของปัญหาเรื่องการฝ่าฝืนข้อมูลมากยิ่งกว่าแอปของพวกเขาเป็นผู้ใดกันแน่รวมทั้งความเป็นส่วนตัวไม่มีผลต่อสิ่งที่ต้องการของพวกเขาเมื่อพวกเขามีแอพให้เลือก “

ศ.จ.บันดุชชีบอกว่า: “งานศึกษาค้นคว้าและการวิจัยของพวกเราทำให้เห็นว่าผู้คนเกื้อหนุนให้ NHS จัดเก็บแล้วก็ใช้ข้อมูลเฉพาะบุคคลของพวกเขาเชื่อถือแล้วก็ความเชื่อมั่นใน NHS อยู่ในขั้นสูงเวลานี้ด้วยเหตุนี้ก็เลยบางทีอาจดึงดูดใจให้ผู้คนมีส่วนร่วมในกรรมวิธีนี้ถ้าหากรัฐบาลเกี่ยวเนื่องกับบริการสุขภาพ ในการพัฒนาและก็การนำไปใช้งานความเชื่อใจในผู้ให้บริการติดตามการติดต่อจะมีความหมายอย่างมากถ้าหากจำต้องใช้อย่างประสบผลสำเร็จเพื่อลดการแพร่ของเชื้อ “

ศ.จ.เจมส์พูดว่า“ คนที่ร่วมสำหรับเพื่อการศึกษาค้นคว้านี้อยากได้ทางที่สมดุลระหว่างมนุษย์บวกกับดิจิทัลสำหรับในการติดตามข้อตกลงความรู้สึกวิตกกังวลเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวมิได้ทรงอิทธิพลอย่างที่พวกเรามุ่งมาดความเชื่อถือในผู้ให้บริการแอปมีจุดสำคัญมากยิ่งกว่า เพื่อรัฐบาลจำในช่วงเวลาที่การทำงานในระบบติดตามการติดต่อของสหราชอาณาจักรยังคงเดินต่อไป “

บุคคลอาจจะส่งผลให้ถูกกฎหมายแฮ็คเมื่อโกรธระบบหรือผู้กุมอำนาจ

การศึกษาเรียนรู้ของมหาวิทยาลัย Kent พบว่าเมื่อบุคคลมีความคิดว่าระบบหรืออำนาจไม่สนองตอบต่อความอยากของพวกเขาพวกเขามีลักษณะท่าทางที่จะทำให้กิจกรรมของแฮ็กเกอร์ไม่ผิดกฎหมายโดยเสียค่าใช้จ่ายของหน่วยงาน

บุคคลมีลัษณะทิศทางที่จะรู้สึกโกรธเมื่อพวกเขามั่นใจว่าระบบหรือหน่วยงานต่างๆละเลยการสืบหาความเที่ยงธรรมในนามของพวกเขาหรือฟังคำเรียกร้องของพวกเขา ในทางตรงกันข้ามการเรียนรู้พบว่าถ้าเกิดระบบหรือหน่วยงานที่คือปัญหากลายเป็นเหยื่อของการแฮ็กบุคคลต่างๆก็มีทิศทางที่จะสารภาพความประพฤติปฏิบัติที่รบกวนของแฮกเกอร์เป็นแนวทางแสดงความโกรธเคืองของตนต่อหน่วยงาน

เนื่องมาจากมีหน่วยงานหลายชิ้นขึ้นที่มีโอกาสเสี่ยงต่อการฝ่าฝืนความปลอดภัยในโลกไซเบอร์และก็ส่วนประกอบอื่นๆในชีวิตด้านสังคมของแต่ละบุคคลที่เกิดขึ้นทางออนไลน์การศึกษาเรียนรู้ในครั้งนี้ก็เลยทันตามเวลาสำหรับเพื่อการย้ำว่าบุคคลที่สืบเสาะหาความเป็นธรรมดูแฮกเกอร์เช่นไร

งานศึกษาเรียนรู้และค้นคว้าและทำการวิจัยนี้นำโดย Maria Heering แล้วก็ Dr Giovanni Travaglino จาก School of Psychology ของ University of Kent ได้ทำงานร่วมกับนิสิตปริญญาตรีผู้ดีอังกฤษและก็ผู้เข้าร่วมในกรุ๊ปผู้เข้าร่วมการสำรวจทางด้านวิชาการ Prolific Academic ผู้เข้าร่วมได้รับการนำเสนอเหตุการณ์สมมุติเกี่ยวกับการกระทำที่ไม่ยุติธรรมจากข้าราชการโดยมีการร้องทุกข์ว่าถูกไล่ออกหรือถูกติดตามก่อนที่จะพวกเขาจะได้รับแจ้งว่าแฮกเกอร์ได้ทำลายเว็บของทางการ แล้วผู้เข้าร่วมจะถูกขอให้กล่าวว่าพวกเขาไม่เห็นพ้องหรือเห็นด้วยกับความประพฤติปฏิบัติของแฮกเกอร์มากมายแค่ไหน แฮกเกอร์พวกนี้ได้รับการผลักดันและส่งเสริมอย่างยิ่งจากผู้เข้าร่วมที่เห็นว่าพวกเขาเป็นแนวทาง ‘กลับไปที่’ ระบบที่ไม่รับฟังความอยากได้ของพวกเขา

Maria Heering พูดว่า: ‘เมื่อแต่ละคนเห็นว่าระบบไม่แฟร์พวกเขามีแรงกระตุ้นให้ร่วมสำหรับในการต่อต้านด้านการเมืองแล้วก็การจัดการด้วยกันเพื่อสนับสนุนความเคลื่อนไหวด้านสังคม อย่างไรก็ดีแม้พวกเขามั่นใจว่าพวกเขาจะไม่มีสิทธิ์มีเสียงพวกเขาจะสร้างความยุติธรรมให้กับกรุ๊ปรวมทั้งบุคคลที่รบกวนระบบในนามของพวกเขา ในตอนที่การวิจัยชิ้นนี้ตรวจอารมณ์โกรธของแต่ละบุคคล แม้กระนั้นก็มีการตรวจเสริมเติมในพื้นที่การศึกษานี้ อย่างเช่นอาจมีความไม่เหมือนที่สำคัญระหว่างการกำหนดด้านจิตวิทยาของการผลักดันของแต่ละบุคคลในการแฮ็กแบบอย่างที่โปกฮาและไม่มีอันตรายและก็แบบที่รุนแรงแล้วก็อันตรายกว่า