การเรียนใหม่ชี้ให้เห็นว่าผู้คนถูกใจใช้การติดตามการติดต่อของเชื้อไวรัสวัวโรที่นาโดยการประสมประสานระหว่างแอพและก็มนุษย์

การค้นคว้าวิจัยทำให้เห็นว่าผู้คนมีความรู้สึกวิตกกังวลเกี่ยวกับคนที่ดำเนินขั้นตอนมากยิ่งกว่าการเสี่ยงของคนอื่นๆที่เข้าถึงข้อมูลส่วนตัวโดยมิได้รับอนุญาตหรือข้อมูลของพวกเขาถูกลักขโมย

คนส่วนมากที่มีส่วนร่วมสำหรับในการศึกษาค้นคว้าส่งเสริมให้ NHS ประมวลผลข้อมูลส่วนตัวมากยิ่งกว่ารัฐบาลหรือแม้กระทั้งระบบกระจายอิทธิพลที่จัดเก็บข้อมูลส่วนตัวเพียงแค่เล็กๆน้อยๆ

คนที่ถูกถามทั้งผอง 41 เปอร์เซ็นต์ปรารถนาส่วนประกอบของแอพแล้วก็การติดต่อกับมนุษย์ในระหว่างขั้นตอนการติดตามเทียบกับ 22 เปอร์เซ็นต์ที่ต้องการที่จะให้ปฏิบัติงานผ่านการติดต่อกับบุคคลอื่นเพียงอย่างเดียวและก็ 37 เปอร์เซ็นต์ที่ต้องการที่จะให้วิธีการจัดการเพียงแค่นั้น เป็นดิจิทัล

การศึกษาค้นคว้าวิจัยปฏิบัติงานโดย Laszlo Horvath, Susan Banducci แล้วก็ Oliver James จาก University of Exeter ในตอนพ.ค.รวมทั้งเผยแพร่ใน Journal of Experimental Political Science

พวกเขากระทำการทดสอบกับผู้คน 1,504 ผู้ที่ได้รับเนื้อหาเกี่ยวกับแอพสองตัวผ่านการจับคู่ห้าชุดโดยคุณลักษณะของพวกเขาที่เกี่ยวพันกับความเป็นส่วนตัวแล้วก็ความปลอดภัยของข้อมูลจะแสดงแบบสุ่มและก็ถามคำถามว่าพวกเขาอยากใช้อะไร ในการค้นคว้าครั้งลำดับที่สองนักวิชาการยังได้ตรวจผู้คน 809 คนเกี่ยวกับความชื่นชอบของพวกเขาสำหรับในการเรียกใช้รวมทั้งวางแบบแอป

ระบบการตำหนิดตามการติดต่อแบบกระจายอิทธิพลซึ่งตรวจสอบและลองใช้แล้วในสหราชอาณาจักรได้รับเลือกจากผู้เข้าร่วมที่มีความเป็นไปได้ 50 เปอร์เซ็นต์ซึ่งแสดงว่าการออกอย่างงี้มิได้มีผลกระทบต่อการเลือกของมนุษย์ อย่างไรก็ดีความน่าจะเป็นที่ผู้คนจะเลือกแอปที่วางแบบมาเพื่อปฏิบัติงานเป็นส่วนหนึ่งส่วนใดของระบบรวมศูนย์ที่นำโดย NHS นั้นอยู่ที่ 57 เปอร์เซ็นต์ซึ่งแสดงว่าแอพๆนี้เป็นที่นิยมมากยิ่งกว่าขณะที่ 43 เปอร์เซ็นต์ของแอพที่เลือกถูกชี้แจงว่ามีข้อมูลที่จะถูกเก็บไว้ภายในเซิร์ฟเวอร์ของ ต่อรัฐบาลสหราชอาณาจักรทำให้พวกเขาเป็นที่นิยมลดน้อยลง

ฝูงคนที่เลือกแบบสุ่มได้รับแจ้งเกี่ยวกับการเสี่ยงของปัญหาเกี่ยวกับการฝ่าฝืนข้อมูล แต่ว่าสิ่งนี้ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อความชื่นชอบของคนเรา

Dr Horvath บอกว่า“ พวกเราเคยรู้สึกว่าผู้คนจะถูกใจแอปที่มีการก่อกวนน้อยกว่ารวมทั้งคุ้มครองป้องกันความเป็นส่วนตัวของพวกเขาอาทิเช่นไม่ได้อยากต้องการเนื้อหาสาระเกี่ยวกับตำแหน่งของพวกเขาเท่าไรนัก แม้กระนั้นก็ไม่ได้เป็นเช่นนั้นการศึกษาวิจัยของพวกเราทำให้เห็นว่าผู้คนเกื้อหนุนให้มีส่วนร่วมใน ขั้นตอนการติดตามผู้ติดต่อถ้าจำเป็นต้องพวกเขาไม่ค่อยสบายใจน้อยกว่าเกี่ยวกับความน่าจะเป็นของปัญหาเรื่องการฝ่าฝืนข้อมูลมากยิ่งกว่าแอปของพวกเขาเป็นผู้ใดกันแน่รวมทั้งความเป็นส่วนตัวไม่มีผลต่อสิ่งที่ต้องการของพวกเขาเมื่อพวกเขามีแอพให้เลือก “

ศ.จ.บันดุชชีบอกว่า: “งานศึกษาค้นคว้าและการวิจัยของพวกเราทำให้เห็นว่าผู้คนเกื้อหนุนให้ NHS จัดเก็บแล้วก็ใช้ข้อมูลเฉพาะบุคคลของพวกเขาเชื่อถือแล้วก็ความเชื่อมั่นใน NHS อยู่ในขั้นสูงเวลานี้ด้วยเหตุนี้ก็เลยบางทีอาจดึงดูดใจให้ผู้คนมีส่วนร่วมในกรรมวิธีนี้ถ้าหากรัฐบาลเกี่ยวเนื่องกับบริการสุขภาพ ในการพัฒนาและก็การนำไปใช้งานความเชื่อใจในผู้ให้บริการติดตามการติดต่อจะมีความหมายอย่างมากถ้าหากจำต้องใช้อย่างประสบผลสำเร็จเพื่อลดการแพร่ของเชื้อ “

ศ.จ.เจมส์พูดว่า“ คนที่ร่วมสำหรับเพื่อการศึกษาค้นคว้านี้อยากได้ทางที่สมดุลระหว่างมนุษย์บวกกับดิจิทัลสำหรับในการติดตามข้อตกลงความรู้สึกวิตกกังวลเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวมิได้ทรงอิทธิพลอย่างที่พวกเรามุ่งมาดความเชื่อถือในผู้ให้บริการแอปมีจุดสำคัญมากยิ่งกว่า เพื่อรัฐบาลจำในช่วงเวลาที่การทำงานในระบบติดตามการติดต่อของสหราชอาณาจักรยังคงเดินต่อไป “